ป้ายกำกับ: หนังแอ็คชั่น

Mojin The Lost Legend หนังจีนคนขุดสุสาน

Mojin The Lost Legend

Director: Wuershan
SCORE 7/10

เหตุผลที่ทำให้เราอยากดูหนังเรื่องนี้มากเพราะ เราเป็นคนชอบหนังผจญภัยล่าสมบัติ ผจญกับดักอะไรแบบนี้มาก แต่ก็คาดเอาไว้ประมาณหนึ่งว่าหนังคงไม่ได้ดีอะไรมาก และอ่านรีวิวเมืองนอกมาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวละครออกแบบมาเป็นการ์ตูนมังงะไปหน่อย

ขนาดเตรียมใจไปแล้ว พอยิ่งเจอพันธมิตรพากย์เลอะเทอะเข้าไปอีก หนังเลยยิ่งเป็นการ์ตู้น การ์ตูน คือคาแรกเตอร์ของตัวละครน่ารำค้าญ น่ารำคาญเอาซะเหลือเกินโดยเฉพาะตัวละครที่พูดมากๆ จนมีอยู่ฉากที่นายหญิง (หลิวเสี่ยวชิ่ง) ตะโกนใส่ว่า “หุบปากกันได้แล้ว พูดอะไรไร้สาระกันอยู่ได้รำคาญ” อยากจะสแตนดิ้งโอเวชั่นกลางโรงหนังปรบมือให้กับไดออล็อกนี้

แต่ส่วนที่สนุกสุดใจไม่น้อยเลยคือพาร์ทผจญภัยไขความลับในถ้ำสุสาน ฉากที่ออกแบบมาตื่นตาตื่นใจมาก งานโปรดักชั่นนี่เนี้ยบยอมใจ แม้ว่าปริศนาที่ถูกคลี่คลายจะโม้และไม่มูลความจริง แถมขี้จุ๊ทั้งเรื่องเอามากๆ อาทิ ศพทหารญี่ปุ่นคืนชีพได้เพราะแสงอุกกาบาต, เครื่องปั่นไฟที่ทำงานได้ปกติแม้ว่าจะผ่านเวลามานานมาก, ฝูงแมลงจากไหนไม่รู้แทะคนให้กลายเป็นศพในพริบตา, กับดักบางอย่างที่ดูเหลือเชื่อไปหน่อย ตอนดูเลยต้องโยนตรรกะทุกอย่างทิ้งไปหมด ก็จะพบว่าหนังสนุกขึ้นมาก (แบบการ์ตูน)

ข้อดีอีกประการคือ ซูฉี นางนี่สวยสองพันปีจริงๆ ส่วนพระเอกอย่างเฉินคุน หล่อวัวตายควายล้มอีกคนต่อจากน้องเอ็ดดี้ เผิง และตอนติดหนวดก็หล่อเหมือนน้องทามไท กามิกาเซ่ (ตอนยังไม่เถื่อนแบบปัจจุบันนี้) แองเจล่า เบบี้ ก็สวยแบบอีแองเจล่า เบบี้ค่ะ ค่ะ ค่ะ ค่ะ ทุกเรื่องอีนี่สวยขโมยซีนทุกคนตลอด

โดยรวมคือหนังสนุกดี เหมือนดูหนังเช้าวันเสาร์ช่อง 7 อารมณ์เดียวกับ GODS OF EGYPT คือกลวงๆ เยอะๆ ล้นๆ แต่ก็บันเทิงของมันดี

‪#‎MOJIN‬
‪#‎ETMB‬

Furious 7 (James Wan,2015)

images by free.in.th

Furious 7 (James Wan,2015)

แฟรนชายส์นี้มันมาไกลมากในแง่ของความแฟนตาซีหลังจากที่มันเป็นแค่แฟนตาซีของเพศชาย (รถ ความเร็ว ผู้หญิงนมโต) แต่บัดนี้ Furious 7 ได้ตอบสนองความเหนือจริงทุกประการก้าวเลยทฤษฎีกลศาสตร์ แรงโน้มถ่วง รวมไปถึงการมีชีวิตของตัวละครที่ไม่น่าแปลกใจอะไรถ้าหากภาคต่อไปฮานจะฟื้นกลับมามีชีวิตแบบเลตตี้ในภาคก่อน

ในเมื่อตัวละครมันปราศจากความเป็นคน(ตายไม่เป็น) คราวนี้หนังเลยเล่นสนุกกับความ “เหนือจริง” แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ว่าจะเป็นฉากรถไล่ล่าริมหน้าผาที่กินเวลายาวนาน – ฉากปล้มรถบนตึกในอาบูดาบี รวมไปถึงฉากไล่ล่าบนท้องถนนที่เรียกได้ว่าวินาศสันตะโรแบบต้องเกาหัวตัวเองว่า ตำรวจในจักรวาลของ Fast7 นั้น “ช้า” เกินกว่าจะทำหน้าที่ยับยั้งเหตุการณ์ “ไม่ปกติ” แบบในเรื่องแล้วหรือเปล่า

เอาเข้าจริงหนังก็ไม่ได้พยายามให้เราหาเหตุผลอะไรมาซับพอร์ทมันหรอก สิ่งเดียวที่เราทำได้คือโยนตรรกะทุกอย่างทิ้งไปให้หมดจริงๆนั่นแหละ …….. ถามว่าเอนจอยกับหนังไหม …… ตอบเลยค่อนข้างมาก

ฉากทริบิ้วท์พอล วอลเกอร์ช่วงท้ายเป็นอะไรที่ “ระลึก” ถึงนักแสดงคนนี้จริงๆ คิดถึงไบรอัน โอ คอนเนอร์ ตัวละครในความทรงจำของผู้ชมตลอดกาลและตลอดไป

โทนี่ จา 3 ประโยค ……. Too Slow – Tree Gun – ? ? ? ?

Rise of The Legend (2014, Roy Hin Yeung Chow)

images by free.in.th

Rise of The Legend (2014, Roy Hin Yeung Chow)

ไม่ว่าจะดูเอามันส์ หรืออยากดูผู้ชายแล้วนั่งคัน หวงเฟยหง 2014 เพียบพร้อมทุกอย่าง

จริงๆหนังยังแอบประสบปัญหาซับพล็อตล้นทะลักเพราะตัวละครเยอะมาก คนนี้ชอบคนนั้น ภารกิจพระเอกต้องไปกำจัดพี่หนึ่ง สอง สาม ก่อนกำราบหง จิน เป่า ก็ตามม แต่ดีที่ตัวละครแต่ละตัวมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ไม่ยากต่อการจดจำและทำความเข้าใจนัก

หนังยังแอบมีฉาก “โบรแมนซ์” พี่น้องร่วมสาบาน ที่แบบว่าฮื้อหือ คนดูได้แต่ลุ้นว่า ก่อนพี่ๆจะตายกันแล้วมารำลึกความหลังเรื่อง “ให้ถั่ว” กัน ผมอยากให้พระเอกกับพระรองดูดปากกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยครัชชช

แองเจล่า เบบี้นางสวยมาก สวยจริง บทนางมาเพื่อสวยๆ เล่นเป็นนางคณิกา Aka กะหรี่มีระดับอยู่บนเรือสวยๆ แต่บทนางก็มีแค่นั้นจริงๆคือมาเพื่อ “สวย”

แต่ความดีงามทั้งหมดทั้งมวลต้องยกประโยชน์ให้เอ็ดดี้ เผิง พระเอกของเรื่องที่ทั้งหล่อวัวตาย หล่อควายพยศ หล่อล่ำกล้ามโต หล่อจนแบบมากระโดดถีบยอดหน้าเราแล้วจะหล่อได้สักครึ่งนึงของพี่แกกูก็ยอม

ปล.หนังเข้าฉายเฉพาะเครือ SF เท่านั้นครับ

The Rover (David Michôd,2014)

images by free.in.th

The Rover (David Michôd,2014)

ยกให้ 4.5 นิ้วหัวแม่โป้ง

งานแอ็คติ้งของโรเบิร์ต แพททินสันกับกาย เพียรซ์นี่สามารถติดงานประกาศผลรางวัลช่วงต้นปีหน้าได้เลยนะถ้ากรรมการไม่หลงลืมมันไปซะก่อน

ตัวหนังมันก็พูดถึงจิตวิญญาณมนุษย์ที่สูญสลายไปเพราะโลกยุคดิสโทเปียที่แห้งแล้งแห้งผากอะไรแบบนั้น

ผู้กำกับคุมโทนหนังได้ดีมากจริงๆ คือโมเมนต์ที่ตัวละครตัวไหนก็ตามคว้าอาวุธ ความเสียวซ่านแบบดูหนังสยองขวัญจะทำให้เราขนลุกขึ้นมาทันที เพราะไม่รู้ว่าแม่งจะเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เพราะซีนแรกที่มีคนในเรื่องตายห่าเป็นคนแรก สารภาพตามตรงเลยว่ากรูนี่แหละแหกปากตกใจขึ้นมาด้วยคำอุทาน “เชี่ย” คือตกกะใจจริงๆ และหลังจากนั้นเราก็ผวากับมันทั้งเรื่อง

แต่ที่น่ากลัวกว่าในหนังก็คือรอบนักวิจารณ์ที่ไปดูวันนี้ดันมีเหตุต่อยกันในโรงหนัง จนคนดูเกือบทั้งโรงสติหลุดไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนแทบจะดูหนังต่อกันไม่ติดเลยทีเดียวเชียว

ICE MAN (หลอหวิงเจิ้ง+ดอนนี่ เยน,2014)

images by free.in.th

ICE MAN (หลอหวิงเจิ้ง+ดอนนี่ เยน,2014)

ตัดเกรดที่ 0.5 และเป็นรีวิวที่หยาบคายมาก

ออกตัวก่อนหน้าเลยว่าเราสาปส่งหนังเรื่องนี้ในระดับที่หนังอย่างต้มยำกุ้ง 2 กลายเป็นความบันเทิงชั้นดีและตี๋เหรียญเจี๋ยคือหนังออสการ์กันไปเลยจ่ะ

อันที่จริงตัวหนังปูพล็อตเรื่องการข้ามกาลเวลา การปรับตัวข้ามยุคสมัยของตัวละคร และกระทั่งการเอามหากาพย์รามายณะมาทิ้งปมไว้ให้เป็นเงื่อนไขของการย้อนเวลาได้น่าสนใจมากทีเดียว

แต่! ทุกอย่างที่ปูพื้นมาก็พังพินาศตั้งแต่การเล่าเรื่องของหนังที่ไม่ไปไหนซักที จะดัดจริตเป็นหนังตลกก็ไม่ขำ นางเอกก็ทำตัวประสาทแดกตลอดเวลา ส่วนพระเอกก็เด๋อๆด๋าๆแดกน้ำขี้เข้าไปตอนต้นเรื่อง ขึ้นสมองเลอะเลือนตลอดเรื่อง แถมหนังก็มีฉากส้วมระเบิด เยี่ยวสลาตัน คือดอนนี่เก็บกดจากการเล่นหนังดีมาใช่ไหม มึงถึงต้องกำกับหนังเรื่องนี้ให้ต่ำสถุล เวียนวนอยู่กับสิ่งปฎิกูลอยู่นั้นแหละ อ่อถ้าจะนับเรื่องศิวลึงค์ที่พันธมิตรเอามาพากย์ซะเละเทะด้วยก็ได้นะ

ยิ่งไปกว่านั้นตลอด 1 ชั่วโมงที่เราต้องนั่งดูพี่ดอนนี่เยน ทำอะไรประสาทแดกร่วมกับนางเอกของเรื่องที่วันๆดูจบแล้วก็ยังไม่เกทว่าอีนี่ทำอาชีพอะไรถึงมีเงินเช่าคอนโดหรูขนาดนั้นทั้งที่แม่มึงป่วยไม่มีเงินจะจ่ายค่าบ้านพักคนชรา อีนี่ก็ยังทำตัวเหลวแหลกบ้าบอไปเรื่อย แต่เดี๋ยวๆ ไอ้พระเอกของเรามันพกทองมาจากอดีตไง (ซึ่งตอนมึงเปลี่ยนชุดมันไม่ใช่ชุดนี้นะ ชุดที่มึงมาซื้อทองคือชุดที่มึงขโมยอีเกย์ไฮโซที่นั่งลีมูซีนมา) ก็เลยเอามาจำนำ เอาเงินไปใช้ เอาไปให้นางเอกปลดหนี้ บ้าบอไปเรื่อย

เดี๋ยวนะ ยังไม่พอเท่านั้น คือตลอดเรื่องเราก็ยังไม่รู้อยู่ดีน่ะแหละว่า อะไรคือการที่พระเอกขึ้นได้ไม่ตายห่า ถูกสตาฟอยู่ในตู้แช่แข็ง คือหนังจบแล้วเราก็ยังไม่รู้อยู่ดี เพราะหนังยังหน้าด้านจบแบบให้มึงไปดูต่อเอาเองนะในภาคต่อไป?

หืมมมมม คืออะไร แล้วไอ้ 2 ชั่วโมงที่หนังเมิงเล่ามาไร้ประเด็นเนี่ยนะ เอาเวลาที่ควรจะไขปริศนาและคลี่คลายปมที่มึงทิ้งไว้ตั้งแต่เริ่มเรื่องดีกว่าไหม แล้วดอนนี่ เยนจมน้ำแล้วตายห่าหรือเปล่า และอีนางเอกมึงจะติสแตกเดินลงน้ำทำห่าอะไร ฆ่าตัวตายเหรอ

คือภาษาภาพในการเล่าเรื่องมึงก็สอบตกแล้ว คือกูไม่เกทว่ามึงจะพยายามเล่าอะไร แล้วมีประเด็นอะไร อ๋อเดี๋ยวก่อนนะหนังมันก็จะมีฉากสะเหร่อๆประเภทสโลโมชั่นตกจากที่สูงงี้พระเอกกอดนางเอกงี้ แต่ผลลัพธ์ทางอารมณ์คิดว่ามันโรแมนติกไหม ไม่หรอกค่ะ เพราะกูไม่เชื่อว่าอีพระนางของเรื่องมันเป็นคนมีเลือดมีเนื้อจริงๆ เหมือนเอเลี่ยนมากกว่า

แอคติ้งในหนังก็ใหญ่เว่อร์ แบบละครซิทคอม แถมฉากแอ็คชั่นทั้งเรื่องก็มี 3 ฉากถ้วนได้ แถมไม่สนุกอีกต่างหาก เพราะกูยังงงว่าตกลงแล้วพวกมึงสู้กันไปทำห่าอะไร ที่ให้คะแนนที่ 0.5 ก็คือยังมีฉากที่ทำให้เรานั่งทนดูต่อไปได้ยันจบเรื่อง เพราะรู้สึกว่าจะลุกออกจากโรงไปจะไม่คุ้มเงิน 150 บาท + ค่ารถที่ถ่อมาดูรอบดึก

Dhoom: 3 (Vijay Krishna Acharya,2013)

images by free.in.th

Dhoom: 3 (Vijay Krishna Acharya,2013)

ยกให้ 3 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว

บทมันไม่ได้เลิศเลออะไรขนาดนั้นหรอก แต่สำหรับเราแล้วมันบันเทิงเอามากๆ หลังจากที่ Dhoom หนังอินเดียฟอร์มกลางที่ทำเงินมหาศาลภาคแรก ขยับขยายตัวเองให้หน้าหนังดูโกฮอลลีวูดด้วยการยกกองไปถ่ายทำกันถึงชิคาโก (แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรกับพล้อตเรื่องสักเท่าไหร่น่ะแหล่ะ) แถมเอาเข้าจริงๆหนังก็ไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องเล่าอะไรให้ยืดยาวถึง 3 ชั่วโมงด้วยซ้ำไป

ตัวเรื่องยังมีกลิ่นหนังภารตะอยู่ครบ แต่เป็นภารตะที่อินเตอร์ทั้งฉากเต้น ฉากเกี๊ยวเข้าพระเข้านาง บท หรือฉากแอ็คชั่น ส่วนฉากเต้นนี่ต้องบอกเลยว่ากินขาดมากทั้งตัวพระ ตัวนาง ตัวรอง อื้อหือ STEP UP ชิดซ้ายกันไปเลย มูฟเอว โรว์อก ไอโซเลชั่นตัวกันแบบว่า นี่เค้าแคสนักเต้นมาเป็นพระเอกนางเอกกันเหรอก๊ะ

รวมๆคือเราว่ามันสนุกดี 172 นาทีผ่านไปไวมาก และครึ่งแรกกับครึ่งหลังนี่หนังคนละม้วนชัดๆ

Review Red 2

Image Hosted by ImageShack.us

รีวิว – Red 2 (Dean Parisot,2013)

ETMB มอบให้ 3 นิ้วหัวแม่งโป้งจาก 5 นิ้ว

ความบันเทิงหนึ่งอย่างคือการได้เห็นดารารุ่น “เดอะ” มารวมพลกัน จะว่าไป RED2 ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการสานต่อความสำเร็จของภาคแรก พ่วงแถมด้วยเรื่องราวอดีตคนรักเก่าแคทย่า (แคทเธอรีน-ซีต้า-โจนส์) กับคนรักใหม่ซาร่าห์(แมร์รี่ หลุยส์ ปาร์คเกอร์) อันแสนเบาบาง ซึ่งก็หยิบเอามาเป็นมุกจิกกัดกันพอสนุกสนาน

ข้อเสียของ RED ทั้งภาคแรกและภาคนี้คือมันจะมีช่วง “สุญญากาศ” ที่พอเข้าช่วงเนิบก็นิ่งซะจนน่าเบื่อ แต่สักพักนึงก็จะมีช่วงบันเทิงและแอ็คชั่นตัดสลับเข้ามา แต่ก็ว่าไม่ได้อีกเหมือนกันที่ว่าไปมีแต่อะไร “เหี่ยวๆ” บนจอแล้วจะไม่บันเทิง ฝีไม้ลายมือของนักแสดงก็ไม่ต้องห่วงเล่นดี เล่นใหญ่กันหมด

ที่น่าประทับใจก็คือบทของคุณป้ามหาภัยอย่างวิคตอเรีย (เฮเลน มิเรนท์) ที่ขโมยซีนทุกครั้งที่นางปรากฏตัวบนจอ แถมไอ้มุกจิกกัดตัวเองในหนังออสการ์อย่าง The Queen (แต่เป็นคนละนางกับใน The Queen นะ) เรียกได้ว่าฮาสะใจเลยทีเดียว

ส่วนบทของลี บยอง ฮุน เปิดตัวมาซะเท่ แต่ในหนังมีคุณค่าแค่ จา พนมจาก ต้มยำกุ้ง ที่วิ่งไล่ถีบหน้าบรูซ วิลลิสแล้วก็ทวงถามว่า “เครื่องบินกู อยู่ไหน” ตลอดเรื่อง โถ…………