White House Down (Roland Emmerich,2013)

images by free.in.th

White House Down (Roland Emmerich,2013)

ยกให้ 2 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว

โรแลนด์ เอมเมอร์ริช ทำหนังโลกแตกสนุกกว่าหนังโจรกรรมยึดทำเนียบเยอะ สำหรับเรา White House Down เป็นหนังป๊อปคอร์นที่ไม่มีอะไรเหนือการคาดเดา อารมณ์ขันเจื่อนๆ ฉากวินาศสันตะโรที่ดูแล้วก็งั้นๆ ส่วนตัวแล้ว Olympus Has Fallen ลูกบ้าเยอะกว่า สนุกกว่าด้วยเนื้่อหาเดียวกัน

DVD REVIEW 247°F (2011) – ชื่อไทย ซาวน่ามนุษย์เดือด

images by free.in.th

DVD REVIEW 247°F (2011) – ชื่อไทย ซาวน่ามนุษย์เดือด

ยกให้ 1 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว

การต้องนั่งดูชะนี 2 คนกับผู้ชายหุ่นล่ำ 1 คนติดอยู่ในห้องซาวน่าด้วยความไร้สติของตัวละครอย่างสิ้นเชิงเป็นเวลาโดยประมาณ 50 นาที ถือเป็นความน่าปวดขมับอย่างสูง

หนังสัญชาติจอร์เจียที่ว่าด้วยแกงค์เพื่อนรัก 4 คนที่ 1 ใน 4 ดันเมาไม่ได้สติแล้วขังเพื่อนตัวเองไว้ในห้องซาวน่าโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นผลให้เพื่อนอีก 3 คนต้องกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกวินาที

นางเอกเป็นโรคประสาทกลัวที่แคบ (น่าจะพอเดาได้แล้วนะ ว่าที่มาของความงี่เง่าตลอดเรื่องมาจากใคร) ในใจเราได้แต่ภาวนาให้อีนางเอกรีบตายๆไปซะที หงุุดหงิด

DVD The East (Zal Batmanglij,2013)

images by free.in.th

DVD The East (Zal Batmanglij,2013)

ยกให้ 4 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว 

หนังสนุกจริงจังอ่ะ บริทท์ มาร์ลิ่ง(นางเอก, คนเขียนบท) นางมีฝีมือไม่ธรรมดามาตั้งแต่ Another Earth แล้วนะ มาคราวนี้นางผสมหนังแนวสายลับ ทริลเลอร์ การเมือง วิพากย์ระบบทุนนิยม เข้ากันกลมกล่อมมาก

หนังตั้งคำถามกับการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายอย่างเดอะ อีสต์ที่มีวิธีการ “เอาคืน” กับกลุ่มนายทุนที่จ้องแต่จะหาผลประโยชน์จากผลกำไร อาทิ บริษัทยาที่ผลิตยาออกมาโดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียงระยะยาว – โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษลงบึงจนทำให้ผู้คนล้มตาย – นางเอกของเรา อย่างซาร่าห์ (บริทท์ มาร์ลิ่ง) สายลับในแวดวงธุรกิจแฝงตัวเองเข้าไปสืบความเคลื่อนไหวของกลุ่ม เดอะ อีสต์ แต่ยิ่งนานวันเมื่อเธอยิ่งซึมซับพฤติกรรมของพวกเขา เธอกลับเริ่มอยากจะแปรพักตร์ไปทุกวัน

นอกจากหนังจะคมคายในแง่บทสนทนาแล้ว ตัวเรื่องยังมีอะไรให้เราลุ้นระทึกอยู่ทุก 15 นาที

เป็นหนังฟอร์มเล็กที่ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง

DVD HOURS (Eric Heisserer,2013)

images by free.in.th

HOURS (Eric Heisserer,2013)

ยกให้ 2 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว

หนึ่งในหนังของพอล วอล์คเกอร์ที่เล่าเรื่องราวดราม่า ของพ่อลูกอ่อนที่ต้องช่วยเหลือชีวิตลูกของตัวเองในสภาพของทารกที่ไม่สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง ท่ามกลางพายุแคทริน่าที่ถล่มเมือง ทำให้ไฟฟ้าของโรงพยาบาลเป็นอัมพาต เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางในการปั่นไฟและทำให้เครื่องช่วยหายใจของลูกน้อยคอยทำงานตลอดเวลา

หนังไม่ได้มีฉากตื่นเต้นเร้าใจอะไรมาก ทุกอย่างค่อนข้างเนิบช้า เรื่อยๆมาเรียงๆ การแสดงของพอล วอล์คเกอร์ไม่ได้น่าสนใจนักในบทของ “พ่อ” มือใหม่ ถ้าจะว่ากันตรงๆคือหนังน่าเบื่อมากเลยทีเดียว

ทุกอย่างอยู่ในกรอบของการคาดเดาได้ ตอนนี้หนังยังไม่ได้เข้าฉายในอเมริกา (หนังเข้าฉายวันที่ 13 ธันวาคม 2013) ส่วนบ้านเราออกดีวีดีแล้วเรียบร้อย

DVD REVIEW Sofia The First: Once Upon A Princess

Sofia The First: Once Upon A Princess

ยกให้ 3 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว

หลังจากแม่ได้เข้าพิธีสมรสกับพระราชา โซเฟียก็กลายเป็นเจ้าหญิงในทันที แต่เธอต้องเรียนรู้การเป็นเจ้าหญิงในโรงเรียนฝึกรัชทายาทเสียก่อน แถมยังต้องเอาชนะเวทย์มนตร์ของพ่อมดและผูกมิตรกับพี่น้องต่างแม่โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ สัตว์พูดได้ และคำแนะนำที่ดีจากแขกพิเศษอย่างซินเดอเรลล่าอีกด้วย

จะว่าไปแล้วการผันตัวจากสามัญชนมาเป็นราชินิกูลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นัก เฉกเช่นเดียวกับเจ้าหญิงมีอา ใน The Princess Diary แม้ว่าโซเฟียจะไม่โกะเท่าเจ้าหญิงรายนั้น ประกอบกับความไร้เดียงสาของเธอ จึงทำให้โซเฟียต้องเรียนรู้อะไรมากมายที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ด้วยความที่เป็นการ์ตูนสำหรับเด็กอายุ 5-10 ขวบ คือด้วยตัวพล็อตมันเด็กมาก ถูกทำขึ้นมาเพื่อฉายทางช่องดิสนีย์ ชาแนล เส้นเรื่องจึงไม่มีอะไรหวือหวานัก งานภาพแอนิเมชั่นสามมิติถือว่าทำออกมาได้สวยงาม แม้จะแข็งทื่อไปบ้างก็ตาม น่าเสียดายเพลงมิวสิคัลในเรื่องไม่มีเพลงที่โดดเด่นหรือน่าจดจำสักเท่าไหร่ ส่วนมากเป็นเพลงที่จังหวะออกจะแปลกๆ

ความโดดเด่นอีกอย่างของ Sofia The First คือการนำตัวละครจากบรรดาแอนิเมชั่นเจ้าหญิงเอามาใส่ไว้ในเรื่องอาทิ สัตว์เจ้าเจรจาจาก Snow White, นางฟ้าแม่ทูนหัวจาก Sleeping Beauty, เหล่านกน้อยจาก Cinderella เป็นต้น

ตัวดีวีดีของดิสนีย์ยังคงคอนเซปแถม Sing Along Version ให้หนูๆเอาไว้ร้องเพลงตามอีกด้วยครับ

ส่วนสเปเชียลฟิเจอร์ยังมีแอนิเมชั่นตอนสั้นๆของมินนี่เมาส์มาให้ชมใน Minnie’s Bow Toons อีกด้วย

Teen Beach Movie (Jeffrey Hornaday,2013)

Teen Beach Movie (Jeffrey Hornaday,2013)

ยกให้ 2 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว

หนังทวีนของช่องดิสนีย์ชาร์แนลเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของแบรดดี้ กับ แม็คเคนซี่ คู่รักขวัญใจในไฮสคูล พวกเขาชอบเล่นเซิร์ฟ และดูหนังเพลงเรื่องโปรดแห่งยุค 60 “Wet Side Story” (ดัดแปลงมาจาก West Side Story นั่นแหละ) ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเพลงร็อค รถมอเตอร์ไซด์ ชายหาด และกระดานโต้คลื่น

แต่หลังจากแม่เสียชีวิต แม็คเคนซี่สัญญากับป้าว่าจะมุ่งเป้าไปที่อนาคต ซึ่งหมายถึงการเข้ามหาลัย และย้ายไปอยู่กับป้า ซึ่งทำให้ความรักของเธอกับแบรดดี้มีปัญหา แต่แล้วเรื่องยุ่งก็เกิดขึ้น เมื่อแบรดดี้ขอร้องให้แม็คเคนซี่เล่นกระดานเซิร์ฟกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งคู่ตกจากบอร์ด และตื่นขึ้นมาพบว่ากำลังอยู่ในหนัง “Wet Side Story” พวกเขาจึงตัดสินใจเล่นตามบทไป จนเมื่อพระเอกในเรื่องมาหลงรักแม็คเคนซี่ ส่วนนางเอกก็มาปิ๊งแบรดดี้ ทั้งคู่จึงต้องหาทางทำให้เรื่องราวกลับเข้ารูปเข้ารอยเหมือนเดิม และหาทางออกมาจากหนังเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

ตัวละครในหนังเรื่องนี้น่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ตัวละครที่เป็นฮิสทีเรียอย่างไม่น่าแปลกใจ เพราะคาแรกเตอร์ของตัวละครเรียกได้ว่าแบนสุดโต่งพอๆกับหนังการ์ตูนเลยทีเดียว แถมเหตุผลที่หนังเอามาเป็นข้ออ้างที่ตัวละครทำอะไรเปิ่นๆก็เพราะพวกเขาหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเพลงที่จู่ๆตัวละครอยากจะอ้าปากร้องเพลงขึ้นมาก็ร้องเอาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนั่นแหละ

เอาเข้าจริงๆหนังอาจจะสนุกมากกว่านี้ถ้าคู่พระนางจะมีเสน่ห์มากกว่านี้ พระเอกอย่างรอส ลินด์และนางเอกมีอา มิชเชล เรียกได้ว่าเคมีไม่ลงตัวกันอย่างรุนแรง (พวกเขาเข้าคู่กันได้ไม่ดีพอเท่า แซค เอฟรอน-วาเนสซา ฮัดเจนส์ใน HSM หรือโจ โจนัสกับเดมี เลอวาโต้ใน Camp Rock เลยแม้แต่เศษเสี้ยว) เอาเข้าจริงๆบรรดาพระรองและนางรองในหนังอาจจะเฉิดฉายมากกว่าด้วยซ้ำไป

ตัวหนังมีเพลงพ๊อพมากมาย แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ค่อยจะติดหูหรือน่าสนใจสักเท่าไหร่ เหมือนไม่ได้พิถีพิถันมากเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามมองรวมๆแล้วตัวหนังไปไม่ค่อยสุดสักทางไม่ว่าจะในฐานะหนังเพลงมิวสิคัลหรือจะเป็นหนังรักโรแมนติกก็เถอะ แถมการใส่วายร้ายที่หมายมั่นจะครองโลกนี่เป็นอะไรที่ผิดที่ผิดทางและไม่เข้าท่าเอาซะเลย

จัดจำหน่ายโดย MVD

ตัวแผ่นมี Special Future ตามประสาหนังเพลงดิสนีย์ด้วยการใส่ฉากซ้อมเต้นอย่าง Dance Rehearsals เข้ามาให้ดูพอเป็นพิธี

Review RIDDLE เมืองอาฆาตซ่อนปริศนา

RIDDLE เมืองอาฆาตซ่อนปริศนา

หนังเกรดบีโปรดักชั่นระดับปานกลางเล่าเรื่องราวของ ฮอลลี่ เทลเลอร์ หญิงสามที่ออกตามหาน้องชายที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเมืองแปลกประหลาดที่ชื่อริดเดิ้ล

เธอได้รับความช่วยเหลือของนายอำเภอ(วัล คิมเมอร์ ที่อ้วนฉุจนปราศจากคราบพระเอกหนุ่มสุดเท่หฺ)และผู้เฒ่าที่ปิดบังความลับของที่นี้ไว้ เบาะแสที่เธอได้มาก็เกี่ยวโยงกับโรงพยาบาลจิตเวชที่ถูกทิ้งร้างและอดีตอันน่าสะพรึงกลัว

ตัวหนังค่อนข้างเนิบช้า การดำเนินเรื่องราวถือได้ว่าค่อนข้างปราศจากปมลุ้นระทึก กว่าฉากแอ็คชั่นที่พอจะให้เราได้ลุ้นก็ปาเข้าไปประมาณ 1 ชั่วโมงแล้ว แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาหนังก็ติดจรวดฉากไล่ล่าระหว่างนางเอกกับฆาตกรได้สนุกพอสมควร แม้ทุกอย่างจะเดินไปตามสูตร แต่ Riddle ก็ถือได้ว่าเป็นหนังเกรดบีที่ไม่เลวร้ายนัก

คะแนน

ภาพยนตร์ 2/5
เสียงพากย์ไทย 3.5/5
บรรยายอักษรไทย 4/5
สเปเชียลฟิเจอร์ – ไม่มี

Review Curse of Chucky

Curse of Chucky (Don Mancini,2013)

ยกให้ 3 นิ้วหัวแม่โป้งจาก 5 นิ้ว

ความดีงามของหนังแฟรนชายส์ภาคนี้คือมันกลับไปเป็นหนังแนวสยองขวัญแบบภาคแรก มีอารมณ์ของหนังไล่เชือด บรรยากาศไม่น่าไว้วางใจ มุมกล้องยั่วเย้ากับคนดู

เส้นเรื่องที่วางไว้ให้เป็นสถานการณ์ครอบครัวบ้านแตกที่ตัวละครไม่ไว้ใจกันและชะนีเด็กที่แยกไม่ออกว่าตุ๊กตาตัวไหนน่ากลัวหรือน่าเอาไปนอนกอด เป็นการทำให้เรื่องสามารถคืบไปข้างหน้าอย่างได้อรรถรส

ตัวละครยังมีการพูดถึงการถวิลหาอดีตผ่านบริบทของตุ๊กตาชัคกี้ “ยุค 80 เป็นอะไรที่เจ๋งเป้งและน่าจดจำ” (หนังภาคแรกสร้างในปี 1988)

อย่างไรก็ตามแม้โปรดักชั่นของหนังจะเกรดบีมากก็ตาม แต่ความสนุกของหนังก็ถือได้ว่ากล้อมแกล้มเป็นหนังโฮมวิดีโอที่ดูสนุกพอสมควร แถมด้วยเซอร์ไพรส์เล็กๆท้ายเรื่องและหลังเอนเครดิตก็เรียกได้ว่าผู้กำกับเป็นสาวกของ Child’s Play ที่ทำการบ้านมาดีทีเดียว

คะแนนสำหรับดีวีดี

ประเภทดีวีดี – วานิลา (พากย์ไทยเท่านั้น)

สียงพากย์ไทย – เสียงพากย์โอเคดูได้เพลินๆไม่ติดขัดอะไร

สเปเชียลฟิเจอร์ – ไม่มี

The Tower (Kim Ji-hoon,2012) ETMB มอบให้ 3 นิ้วหัวแม่โป้งจ้า

 photo TheTower_zps2d6ea097.jpg

The Tower (Kim Ji-hoon,2012) ETMB มอบให้ 3 นิ้วหัวแม่โป้งจ้า

หนังแนวโลกาวินาศสัญชาติเกาหลีใต้ (แต่เป็นแค่ตึกเสียดฟ้าถล่ม) มีตัวละครหนีตายกันจ้าละหวั่น แน่นอนว่ามันมีฉากประเภทตัวละครตายทีละตัวเพราะความโง่เขลาเบาปัญญาและอุบัติเหตุเป็นต้น

หนังมีตัวละครน่าปวดหัวอาทิชะนีเด็กที่ดีแต่ร้องแหกปากไม่ทำตัวให้เป็นแก่นสาร แทนที่เราจะเอาใจช่วยนังหนูนี่ ยิ่งกลายเป็นว่าอยากให้รีบๆตายตกไปจะได้ไม่ตกทนฟังเสียงร้องไห้ 800 เดซิเบลของหนู หรือแม้กระทั่งบรรดาผู้จัดการ ผู้บริหารโรงแรมที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจ เห็นแก่ตัว (หรือนี่ภาพลักษณ์จริงๆของคนเกาหลีหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนัก แต่เท่าที่เผชิญหน้าและร่วมงานมากับตัว ไอ้ที่น่ารักน่าชังแบบเกิร์ลกรุ๊ปนั้นหาได้น้อยนักเชียว)

ขณะที่ตัวละครโจ๊กแนวตลกโปกฮา ก็ใส่เข้ามาแบบผิดที่ ผิดทาง ผิดเวลาแทนที่จะดูน่าตลก กลับกลายเป็นว่าดูน่ารำคาญไปถนัดตา

เอาจริงๆตัวหนังก็ถือได้ว่าเล่าเรื่องได้สนุกพอสมควร เชิดชูวีรกรรมของนักผจญเพลิงได้ออกรถออกชาติ จุดด้อยที่น่าเสียดายคือการตัดต่อหนังที่กระโดดไปกระโดดมา จนเรารู้สึกว่าเหตุการณ์หลายๆอย่างเหมือนเป็นภาพตัดแปะที่อยู่คนละช่วงคนละเวลา จนทำให้อารมณ์ “ต่อเนื่อง” ลดลงไปพอควร

คิม จี ฮุน ผู้กำกับหนังที่ถนัดงานด้านเทคนิคพิเศษ ในบ้านเรา หนังของเขาที่มีโอกาสฉายโรงก็คือ Sector 7 หนังแนวสัตว์ประหลาดไล่กินคนกลางทะเลเมื่อสองปีก่อน ก็ถือได้ว่ายังรักษามาตรฐานได้ดี แม้ว่ายังค่อนข้างบกพร่องในส่วนของการทำให้ตัวละครมีความน่าสนใจ (เนื่องจากเรื่องนี้ตัวละครเยอะมาก เยอะเสียจนไม่รู้ว่าเราควรจะเอาใจช่วยใคร ชังน้ำหน้าใคร และสมน้ำหน้าใครดี)

The Tower วางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีแล้ววันนี้ โดย United Home Entertainment

DVD Review The Sessions (Ben Lewin,2012)

 photo TheSession_250x400_zps7bacb045.jpg

The Sessions (Ben Lewin,2012)

สารัตถะของหนังคือการที่มนุษย์คนหนึ่ง “ยอมรับสภาพความทุพลภาพอย่างเข้าใจ” มาร์ค โอไบรอัน(จอห์น ฮอค) ป่วยเป็นอัมพาตตั้งแต่คอจรดปลายเท้า ทำให้เขาไม่สามารถช่วยตัวเองได้ แต่ด้วยความสามารถที่่ได้ทดแทนกลับมา มาร์คจึงสามารถเขียนหนังสือและแต่งกลอนให้มีมุมมองที่น่าสนใจโดยอาศัยอุปกรณ์ที่ช่วยในการพิมพ์ดีด กระทั่งวันหนึ่งเขารู้สึกว่าหากชีวิตนี้ก่อนตาย เขายังไม่เคยเรียนรู้ความเป็นชายสักครั้ง ชีวิตที่จะจากโลกนี้ไปคงไม่สมบูรณ์

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับเซกส์ มันไม่ได้เชิดชูเซกส์เป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจ และในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้มองเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่น่าอับอาย แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติชีวิตมนุษย์ที่ทุกๆคน “ต้อง” เรียนรู้ทั้งเชิงทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

ครั้งแรกของมาร์คในการ “บำบัดเสียว” โดยเชอร์รีล (เฮเลน ฮันท์) เขาไม่สามารถควบคุมการหลั่งของตัวเองได้ แน่นอนเขาหวาดกลัว ตื่นตะหนก กับเหตุการณ์ที่เจอ แม้ว่าตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมาเขาเคยฝันเปียก แต่เขาก็ไม่เคยได้ “สัมผัส” ผิวของมนุษย์ด้วยกัน

การบำบัดทุกอย่างก้าวไปข้างหน้า มาร์คพัฒนาขึ้นแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ตกหลุมรักเชอร์รีลด้วยเช่นกัน แต่ระหว่างหน้าที่และความเข้าใจในตัวคนไข้ทำให้เชอร์รีลต้องทบทวนตัวเองครั้งใหญ่

มันไม่ง่ายนักสำหรับมาร์ค เขาตกหลุมรักผู้หญิง 3 คนในชีวิต แต่เขาก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในเรื่องดังกล่าว “ใครเล่าอยากจะมารักผู้ชายที่เราต้องดูแลเขาไปตลอดชีวิต” ข้อจำกัดหลายๆอย่างมันมีอยู่ แต่มาร์คไม่ได้มองมันอย่างเป็นปัญหาชีวิต เขามองมันอย่างเข้าใจว่า ชีวิตมันก็เท่านี้ แม้กระทั่งฉากที่เขากำลังจะตายเพราะเครื่องช่วยพยุงชีวิตของเขา(หรือตู้อบที่เขาจะต้องนอนอยู่ในนี้เพื่อส่งอากาศไปยังปอด) เกิดไฟดับ มาร์คก็รำพึงกับตัวเองว่า “ชีวิตเราก็เท่านี้สินะ” หนังไม่ได้พยายามจะฟูมฟาย บีบน้ำตาผู้ชมอย่างเอาเป็นเอาตาย เปล่าเลยหนังนำเสนอมันแบบเรียบๆนิ่งๆ

มาร์คไม่ได้โหยไห้ จมจ่อมอยู่กับความเศร้า เพราะเขารู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนต้องตาย แต่ก่อนตายเขารู้ตัวเองดีว่า อย่างน้อยในชีวิตเขาจะต้องก้าวผ่านอะไรบางอย่างให้ได้ และเมื่อเขาได้สัมผัส “อีกมุมหนึ่งของชีวิต” เซกส์มันได้ช่วยเยียวยา ต่อลมหายใจให้มาร์คได้สัมผัส “อารมณ์อีกด้าน” ของมนุษย์ได้อย่างงดงาม

ก่อนเขาจะจากโลกนี้ไป เซกส์สำหรับมาร์คจึงไม่ได้มีค่าแค่คน 2 คนมาร่วมเพศกัน มันมีค่ามากกว่านั้น…

สนับสนุนรีวิวโดยหน้ากากผ้า M.Asked คลิ๊กชมสินค้าได้ที่นี่ครับ

 photo E410E1A0E190E400E190E2D0E230E4C0E400E270E470E1A0E440E0B0E150E4C0_zpsc724404c.jpg

DVD Review Hitchcock (Sacha Gervasi,2012)

 photo Hitchcock_250x400_zps4e62d3d8.jpg

Hitchcock (Sacha Gervasi,2012)

จริงอยู่ที่เนื้อหนังของ Hitchcock อาจจะไม่ได้ถ่ายทอดชีวิตการทำงานของตาผู้กำกับอ้วน ติดอ่างคนนี้ได้เจาะลึกสักเท่าไหร่

แต่ถ้าเรามองหนังด้วยกรอบแว่นตา หนังแนวโรแมนติกของชีวิตคู่วัยกลางคน เรากลับมองว่ามันเป็นหนังคัมมิ่งออฟเอจ (Coming of ages) ของชีวิตคู่ที่ค่อนข้างน่ารัก อบอุ่น ทีเดียว

แน่นอนว่าเส้นเรื่องระหว่างการสร้างหนังระทึกขวัญระดับตำนานอย่าง Psycho นั้นตัวหนังอาจจะไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก ช่วงต้นเรื่องที่เราเห็นความพยายามของฮิชช์และอัลม่าในการเอาบ้านหลังใหญ่ของตนไปจำนองเพื่อสร้างหนัง หลังจากที่พาราเมาต์มองว่ายังไงหนังเรื่องนี้ก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

แต่จนแล้วจนรอดเมื่อ “แรงบันดาลใจ” ผลักดันให้ Psycho ถูกสร้างขึ้นท่ามกลางมรสุมชีวิตคู่ ที่ฝ่ายชายก็เพรียกหาความ “แฟนตาซีแบบชายวัยหนุ่ม” ในขณะที่อัลม่าก็เพรียกหาความห่วงใยจากสามีที่เหมือนเธอถูกลืมมาโดยตลอด ถึงแม้เธอจะเต็มใจเป็นช้างเท้าหลังให้สมีมาร่วม 30 ปีตลอดชีวิตการทำหนัง

สิ่งที่สะท้อนใจที่สุดคือการไขว่คว้าหา “แฟนตาซี” ของชีวิตมนุษย์ ผู้หญิงในฝันของฮิชช์คือสาว ผมบลอนด์ที่เขาไม่เคยจะมีโอกาสเป็นเจ้าของ เขาทำได้แค่ “ถ้ำมอง” นางเอกของตัวเองเท่านั้น และแน่นอนว่ามันมีผลที่ทำให้ภรรยาตัวเองรู้สึกต้อยต่ำช้ำใจ จนเธอเองก็แอบจะเผลอไผลไปตกหลุมรักกับวิตฟิลล์ มือเขียนบทสุดวานาบีที่อยากจะให้ผลงานตัวเองถูกสร้างเป็นภาพยนตร์สักครั้ง แต่ท้ายที่สุดหลังจากที่ Psycho ออกฉายแล้วได้รับการตอบรับแบบถล่มทลายจนกลายเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ถูกจารึกไว้ว่ามันมี “ฉากอาบน้ำ” ที่น่ากลัวที่สุดตั้งแต่เคยมีการสร้างขึ้นมา ชีวิตของฮิชช์ ค็อกก็เริ่มมองความสำเร็จในชีวิตของตัวเองอย่างเข้าใจว่า

เขาจะไม่มีโอกาสเป็นปรมาจารย์หนังสยองขวัญได้เลย ถ้าหากขาดบุคคลที่สนับสนุนเขามาตลอดชีวิตอย่าง “อัลมา”

DVD Recommendation Wreck it Ralph

 photo Wreck-itRalphPackshot1_zps10664c61.jpg

Wreck it Ralph เกือบจะเลื่อนขั้นไปเป็นแอนิเมชั่นแห่งปีได้แล้ว ถ้ามันไม่มัวเสียเวลาไปเล่นสนุกอยู่ในเกม Sugar Rush เสียอยู่ตั้งนาน หนังอุตส่าห์ปูประเด็นตัวร้าย หน้าที่ของการเป็นตัวร้าย หรือกระทั่งการพยายามให้โน้มน้าวว่าจริงๆแล้ว “กระบวนการเป็นคนดี” อะไรนั่นมันเป็นวิธีการที่สังคมใช้ตีกรอบให้ผู้คนในสถานที่หนึ่งๆทำตามขนบ

ทว่าพอยิ่งหนังเดินเรื่องไปก็เหมือนเริ่มสับสนประเด็นที่ตัวเองอยากจะเล่า แล้วก็วกกลับเข้ากรอบขนบทางสังคมเช่นเดิมว่า “เราเกิดมาทำตามหน้าที่” แต่จงเป็นไปตามหน้าที่จะดีกว่า เราเลยรู้สึกว่าหนังมันพยายามแหกกรอบได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วมันก็กลับมาอยู่ในกรอบเหมือนเดิม ว่าเราเกิดมาเป็นแบบไหนเราก็ควรจะก้มหน้าก้มตา “ยอมรับ” สถานะทางสังคมที่ติดตัวมาตั้งแต่แรก

แม้ว่าตอนจบก็เข้าทางสูตรสำเร็จที่ราฟ์ทก็กลับมาทำหน้าที่ของตน แต่ได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆมากขึ้น (ทั้งที่จริงเรากลับรู้สึกว่าก่อนหน้านี้ “ราฟ์ท” เป็นจำเลยทางสังคมที่น่าสงสารมากๆ) การที่ทำให้เรายอมรับตอนจบของเรื่องแบบแฮปปี้ เอนดิ้งนั้น เลยรู้สึกว่ามัน “บีบบังคับ” จนรู้สึก Fake Good จนเกินไปอย่างไรก็ดีหนังค่อนข้างสนุกมาก ในการให้ผู้ชมเดากิมมิคเกมโบราณๆ

ซีเควนซ์บทของคาลฮูน (พากย์โดย เจน ลินช์จาก Glee) ฉากย้อนอดีตนี่ถือว่าเป็นไฮไลท์ผัวตายที่ควรให้คะแนน A+++++++ จริงๆ

เรื่องย่อ

วอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ และ ริช มัวร์ ผู้กำกับรางวัลเอ็มมี่อวอร์ด จากทีวีซีรีย์ “เดอะ ซิมป์สัน”, และ “ฟูทูรามา”พาผู้ชมกระโดดเข้าสู่การผจญภัยสุดหฤหรรษ์ในโลกแห่งวีดิโอเกมส์ ใน “Wreck-It Ralph ราล์ฟ วายร้ายหัวใจฮีโร่” เรื่องราวของตัวร้ายประจำเกมตู้ที่ต้องการจะพิสูจน์ว่าเขาก็เป็นคนดีได้เหมือนกัน

“วเร็ค-อิท ราล์ฟ” (พากย์โดย จอห์น ซี. ไรล์ลีย์) ฝันอยากจะเป็นที่รักใคร่เหมือนอย่างพระเอกในเกมของเขา – “ฟิกซ์-อิท เฟลิกซ์” (พากย์โดย แจ็ค แมคเบรเยอร์) ปัญหาคือ ไม่มีใครชอบตัวร้าย พวกเขาชอบแต่พระเอก และเมื่อเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ทันสมัยที่สุดได้มาถึงพร้อมกับตัวละครผู้แข็งแกร่ง “สิบเอกคาลฮูน” (พากย์โดย เจน ลินช์) ราล์ฟเห็นลู่ทางที่จะทำให้เขาได้เป็นฮีโร่และมีความสุขได้ เขาจึงหนีจากเกมของตัวเองเข้าไปในเกมใหม่นี้ ด้วยแผนการสุดเรียบง่าย นั่นก็คือการเอาชนะเกมนี้ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า และปลดปล่อยศัตรูสุดร้ายกาจที่ออกมาคุกคามเกมตู้อื่นๆโดยไม่ตั้งใจ แล้วความหวังเดียวของราล์ฟละ??? “วาเนโลปี้ วอน ชวีทซ์” (พากย์โดย ซาราห์ ซิลเวอร์แมน) บั๊คจอมป่วนจากเกมแข่งรถโกคาร์ทเคลือบลูกกวาด เธออาจจะเป็นคนสอนราล์ฟถึงความหมายของการเป็นคนดี แต่เขาจะรู้ตัวทันหรือไม่ ว่าเขาดีพอที่จะเป็นฮีโร่ ก่อนที่ชะตาชีวิตของเกมตู้ทั้งหมดที่นั่นจะ “จบเกม”

The Paperman (หนังปะหัว) [A] (John Kahrs,2012)

น่าร๊ากซ์อ่ะ …………………………….. ยิ้มแก้มปริเลย ถึงจะเล่าเรื่องตามสูตรเชยๆก็ตามที (หนังได้ออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นขนาดสั้นประจำปี 2013 ด้วยนะ)

Wreck it Ralph วางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีแล้วโดย MVD

สนับสนุนรีวิวโดยหน้ากากผ้า M.Asked คลิ๊กชมสินค้าได้ที่นี่ครับ

 photo E410E1A0E190E400E190E2D0E230E4C0E400E270E470E1A0E440E0B0E150E4C0_zpsc724404c.jpg

TinkerBell and the Secret of the Wings ความลับของปีกนางฟ้า

 photo freebies2deals-secret-of-the-wings-dvd_zps97f1afd4.jpg

TinkerBell and the Secret of the Wings ความลับของปีกนางฟ้า

แอนิเมชั่นซีรีย์ลำดับที่ 4 ของทิงเกอร์เบลล์ จะว่าไปแล้วเรื่องราวความน่าสนใจของป่าวินเทอร์วู้ดส์ อันเป็นสถานที่พำนักของภูติน้อยแห่งพิกซี่ฮอลโลว์นั้น ไม่ได้มีแค่ตัวนางฟ้าห่มสไบตัวเขียวเท่านั้น แต่นัยยะที่พูดถึงมิตรภาพและความรักอันแสนบริสุทธิ์ที่ไม่ก้าวเลยหรือยุ่มย่ามไปสู้เขตแดนความรักของเรื่องคู่ชายหญิง ยิ่งทำให้เรื่องราวของทิงเกอร์เบลล์นั้นสามารถสานต่อได้ไม่รู้จบ

ถ้าจะไล่เรียงลำดับของทิงเกอร์เบลล์นั้นในภาคแรก Tinker Bell เล่าถึงบทบาทหน้าที่ของภูติฤดูใบไม่ผลิ Tinker Bell and the Great Fairy Rescue – ขยายขอบเขตหน้าที่ของภูติพิกซี่ฮอลโลว์ว่าพวกเธอมีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง และพวกเธอมีประโยชน์แก่มวลมนุษย์ชาติเช่นไร Tinker Bell and the Lost Treasure – เริ่มให้สตอรี่ทิงเกอร์เบลล์ไปผจญภัยได้เรียนรู้ว่าโลกกว้างเป็นอย่างไร มีอันตรายอะไรรอเธออยู่บ้าง และในภาคล่าสุดกับ Secret of the Wings – ทำให้เรารู้ว่าทิงเกอร์เบลล์มีพี่สาวอยู่ในแดนเหมันต์ฤดูด้วย

จะว่าไปแก่นสารและสาระที่สำคัญของแอนนิเมชั่นเรื่องนี้คือการ “ทำหน้าที่” ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะสังคมทุกที่ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยความสามารถจากบุคลากรทุกฝ่าย ที่จะช่วยทำให้สิ่งต่างๆก้าวเดินต่อไปได้ หากขาดใครไปสักคนก็เหมือนเฟืองบางชิ้นขาดหายไป การมีอยู่ของทิงเกอร์เบลล์จึงไม่ได้เป็นแค่ภูติแสนซนขี้หงุดหงิด แต่เธอช่วยนำพาสิ่งใหม่ๆมาให้แก่โลกแห่งจินตนาการใบนี้ต่างหาก

 photo Secret-of-the-Wings-Wing-Surprise_zpsaaf18557.jpg

 photo Secret-of-the-Wings-post_zpsb96fa1b1.jpg

 photo tmb_456x255_fai_sew_tink_and_periwinkle_zps90558397.jpg

ส่วนเหตุการณ์ในภาคต่อไปคือ

Tinker Bell and the Pirate Fairy (2014) – เรื่องราวคร่าวๆคือทิงเกอร์เบลล์และเพื่อนๆของเธอจะถูกเวทมนตร์สลับความสามารถของกันและกัน รออีกตั้งปีแหน่ะ !!


ภาคหนึ่งถึงภาคที่ 4 วางจำหน่ายแล้วในรูปแบบดีวีดีโดย วอลท์ดิสนีย์ไทยแลนด์ จัดจำหน่ายโดย MVD

TAKEN DVD REVIEW

 photo taken2dvd_zpsc4d7a5bc.jpg

TAKEN 2 (Olivier Megaton,2012)

นึกว่าถ่ายซ่อมหนังภาคแรก เปลี่ยนจากเอาลูกสาวเป็นตัวประกันเป็นเมียแทน แถมหน้าลุงเลียม ก็ตีนกาเยอะขึ้น

พอพลิกปกดูอีกที อ่าว หนังภาค 2 หรอกเหรอ เรื่องเหมือนภาค 1 เป๊ะ

PARANORMAN DVD Recomendation

 photo ParaNormanDVD_zps19feda00.jpg

PARANORMAN ( Chris Butler, Sam Fell,2012)

อยากให้เกรด A++++++++++++++++

มันพูดถึงประเด็นการ “ล่าแม่มด” ได้แบบตีแสกหน้าจริงๆ เพราะมันครอบคลุมประเด็นทั้ง คนนอก, ผู้ตกเป็นเหยื่อ,คนที่เคยกระทำและกลายเป็นคนที่มาสำนักผิดตอนหลัง, มวลชนที่บ้าคลั่งและการปลอบประโลมจิตใจของคนที่กลายเป็นเหยื่อทางสังคม

เราว่ามันเป็นแอนิเมชั่นที่มองโลกที่เถรตรง ชัดเจนและไม่ใช่แค่การ์ตูนสำหรับเด็ก แน่นอนมันให้ความบันเทิงสำหรับหนูน้อย แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำหน้าที่ในการตั้งคำถามกับสังคมที่กำลัง “ตัดสิน” คนด้วยกันได้อย่างเจ็บปวด

ที่เจ็บปวดไปกว่านั้นคือตัวละครแม่มดนั้น เธอถูก “ปลอบประโลม” ด้วยการหลอกลวงตนเองมากว่า 300 ปี วันที่ความจริงปรากฏเธอจะเจ็บปวดแค่ไหนกัน แค่เราเอาตัวเองไปสวมเป็นเธอก็แทบจะน้ำตาไหลแล้ว

 

เรื่องย่อ

เมื่อเมืองเล็ก ๆ ถูกกองทัพซอมบี้บุก พวกเขาจะเรียกหาใครได้ล่ะ? นอร์แมน!

โฟกัส ฟีเจอร์สและไลก้า บริษัทที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ได้รับการเสนอชื่อชิงอคาเดมี อวอร์ด Coraline ภูมิใจนำเสนอ คอเมดีทริลเลอร์ Paranorman หลังจาก Coraline ภาพยนตร์เรื่อง ParaNorman เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นสต็อป โมชันเรื่องที่สองที่ไลก้าสร้างขึ้นในรูปแบบ 3D ด้วยการผสมผสานศิลปะที่น่าทึ่งสองรูปแบบเข้าด้วยกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวสยองขวัญสุดฮา ประทับใจอย่างวิเศษสุดและสนุกสนานเคล้าสยดสยองใหม่เอี่ยมเรื่องนี้

เรื่องราว ParaNorman เกิดขึ้นในเมืองบลิธ ฮอลโลว์ ที่ซึ่งชาวเมืองสร้างรายได้จากการหาประโยชน์จากประวัติศาสตร์ของเมือง ที่เคยเกิดการล่าแม่มดอันลือลั่นเมื่อ 300 ปีก่อน นอร์แมน แบ็บค็อก (พากย์เสียงโดยโคดี้ สมิท-แม็คฟีย์ จาก Let Me In และ The Road) เด็กชายวัย 11 ขวบ ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการชื่นชมข้อดีของภาพยนตร์สยองขวัญและศึกษาตำนานผีสาง จริง ๆ แล้ว นอร์แมนมีพรสวรรค์ในการมองเห็นและพูดกับวิญญาณได้ เหมือนกับคุณยายที่เขารัก (อีเลน สตริทช์) ส่วนใหญ่แล้ว เขาชื่นชอบที่จะใช้เวลาอยู่กับวิญญาณมากกว่าพ่อผู้หงุดหงิด (เจฟฟ์ การ์ลิน)แม่ผู้ใจลอย (เลสลีย์ แมนน์) และคอร์ทนีย์ (แอนนา เคนดริค) พี่สาวสุดเฟคของเขา เมื่ออยู่ที่โรงเรียน นอร์แมน ต้องคอยหนีจากอัลวิน (คริสโตเฟอร์ มินท์-แพลซ) เด็กเกเร ปรับทุกข์กับนีล (ทัคเกอร์ อัลบริซซี) ผู้ประทับใจในตัวเขาและพยายามปล่อยให้เสียงของครูเฮนส์เชอร์ (อเล็กซ์ บอร์สไตน์) เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

จู่ ๆ นอร์แมนก็ได้รับการติดต่อจากเพรนเดอร์แกสท์ (จอห์น กู๊ดแมน) ลุงนิสัยพิลึกของเขา ผู้ทำให้เขาประหลาดใจด้วยความลับที่ว่าคำสาปหลายร้อยปีของแม่มดเป็นของจริงและมันก็กำลังจะกลายเป็นจริง มีเพียงนอร์แมนเท่านั้นที่จะหยุดยั้งคำสาปนี้ไม่ให้มันเกิดขึ้นและทำร้ายชาวเมืองได้ เมื่อกองทัพซอมบี้ ที่นำทีมโดยผู้พิพากษา (เบอร์นาร์ด ฮิล) โผล่ขึ้นมาจากหลุมโดยไม่คาดฝัน นอร์แมนร่วมกับคอร์ทนีย์, อัลวิน, นีลและมิทช์ (เคซีย์ แอฟเฟล็ค) พี่ชายร่างใหญ่ของนีลต้องรีบเร่งแข่งกับเวลาขณะเดียวกับที่ นายอำเภอฮูเปอร์ (เทมเพสท์ เบลดโซ) ไล่ล่าตัวพวกเขา ซ้ำร้าย คนทั้งเมืองต่างก็พากันหยิบจับอาวุธกันทั้งเมืองเพื่อเตรียมทำสงคราม

 นอร์แมน ต้องดึงเอาคุณสมบัติทั้งหมดของวีรบุรุษออกมา ทั้งความกล้าหาญและความเมตตา เมื่อเขาพบว่ากิจกรรมที่ไม่ธรรมดาของเขาถูกผลักดันไปจนถึงขีดจำกัดสุดขอบโลก